
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.....
เราเคยรัก ผูกพันกันแต่....วันนี้นั้น มันไม่ใช่
"มึงอยากได้อะไร เป็นของขวัญวันเกิด"
"ทำไม มึงจะซื้อให้กูเหรอ"
"เออ"
"จริงป๊ะ ดีดี กูอยากได้รองเท้า"
เสียงทักทาย พูดคุย เมื่อสองปีที่แล้ว น่าเสียดายที่วันนี้มันเป็นเพียงแค่อดีต และความทรงจำแย่ๆ เพราะว่าเหตุการณ์เช่นนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นได้อีก ฉันเคยไปเที่ยวเตร่หารองเท้าสีเขียวอ่อนคู่หนึ่ง จำได้ว่าเบอร์มันคือ ๓๗ ราคาค่างวดมันอาจจะไม่แพงอะไรนัก เงินไม่กี่ร้อยบาท มิอาจตีราคาแทนค่าทางใจได้ ทุกอย่างคงจะดีกว่านี้ ถ้าของสิ่งนั้นฉันได้มอบให้คนที่ควรจะเป็นเจ้าของมัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันรื้อชั้นรองเท้าออกมา พบกับกล่องสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อไว้อย่างดี แต่อาจเป็นเพราะกาลเวลาทำให้สภาพของมันผุพังไปบ้าง และเป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ความรู้สึกฉันผุพังไปเช่นกัน ความรู้สึกที่ได้รับรู้ ว่า ณ ที่ตรงนั้นไม่มีที่สำหรับให้ฉันยืน แล้วมันผิดหรือ ที่ฉันจะเดินจากไป วันนี้ฉันได้โยนกล่องรองเท้านั้นทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ทิ้งมันไปพร้อมๆกับมิตรภาพที่เคยมีให้กัน จริงๆแล้ว ฉันไม่น่าจะเก็บมันไว้นานขนาดนี้ แต่นั่นเพียงเพราะฉันหวังว่าสักวัน จะมีโอกาสมอบให้เขา เขาคนนั้น เพื่อนที่ฉันเคยคิดว่า เขาคือคนที่เข้าใจฉันที่สุด
วันนี้เขายินดีให้ฉันจากไป พร้อมๆกับความปรีดากับคนที่อยู่รอบกาย ฉันกลายเป็นคนไร้เหตุผล กลายเป็นคนไร้ซึ่งความรู้สึก ฉันถูกตราหน้าว่ามีทิฐิอย่างบ้าคลั่ง แล้วเคยมั้ย เคยมีใครคิดบ้างว่า ทำไม เพราะอะไร ฉันจึงเป็นเช่นนี้ ฉันไม่เสียใจเลยที่เคยคบเขามานาน แต่ฉันเสียใจ และสมเพชตัวเองยิ่งนัก ที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ว่าเราคือเพื่อนที่สนิทกัน มันช่างน่าทุเรศเหลือเกิน กับการสำคัญตัวเองผิดไป ต้องขอบคุณความรู้สึกของฉัน ที่ทำให้ฉันรู้สึกตัวสักที ว่าฉันมันก็เปรียบประหนึ่งอากาศธาตุคนหนึ่งเท่านั้น ลาก่อนมิตรภาพ วันนี้ฉันยอมรับและสารภาพ ฉันจำที่จะต้องยอมจำนนต่อการจากลา........